ผู้เขียน หัวข้อ: ติดตั้ง “คาร์ซีท” ยังไงจ่ายตรง  (อ่าน 8 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

04-05-2018 , 11:21:32
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 37239
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

 

เชื่อว่าร้ายประเดี๋ยวนี้มีพ่อแม่ส่วนแบ่งมากที่ยกให้ความหมายกับการมีคาร์ซีทของเจ้าตัวเล็กตั้งอยู่ข้างในรถ เพื่อซื้อสวัสดิภาพให้ลูกน้อยกันมากขึ้น เนื่องจากณยุคปัจจุบันตอนนี้ก็เป็นที่รับรู้กันดีว่าการใช้คาร์ซีทในรถยนต์ ไม่ก็ที่นั่งเพราะว่าเด็กนั้น มีสวัสดิภาพมากกว่าการอุ้มลูกไว้ในตักเป็นเบือนัก ถ้าว่าผู้อุ้มจะเป็นบิดรชนนีหรือว่าคนแก่ก็ตามที ก็เพราะว่าในการเกิดเทกระจาด ย่อมเป็นสภาพการณ์ที่เราไม่ทันได้ตั้งตัวล้วนแล้ว ต่อจากนั้นการป้องกันตัวอาจจะเป็นไปได้ไมาม่ากเท่าที่ควร ซึ่งที่ผ่านมาสื่อต่าาง ๆ ก็ได้เคยอธิบายข้อดีไม่ก็เหตุผลต่าง ๆ ของการมีคาร์ซีทเอาไว้ในรถยนต์กันมาบ้างพอพอสมควรแล้ว แต่ก็ยังพบว่ามีอีกหลายครอบครัวทีเดียวที่ยังอาจมองข้ามสวัสดีตรงนี้ไป แต่ครั้นเมื่อมีคาร์ซีทในรถแล้ว การจัดตั้งคาร์ซีทก็เป็นส่วนที่สำคัญเช่นเดียวกัน ก็เพราะว่าบางคนยังไม่รู้ว่า ต้องติดตั้งยังไงให้ถูกต้อง วันนี้ทางเราจึงขอนำข้อคิดเห็นดีๆ เกี่ยวกับการจัดตั้งคาร์ซีทให้เที่ยงพร้อมกับปลอดภัยที่สุดมาไหว้วานกันจ้ะ ไปดูกันค่ะ
1. คาร์ซีทก็จะมีข้อบังคับของการหันหน้า-หันหลัง ก็เพราะว่าโดยทั่วไป ข้าพเจ้าก็จะคิดว่าพอที่หันหน้าไปทางหน้ารถ แต่ไล่ตามข้อแนะนำของสถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งสหรัฐอเมริกานั้น แนะแนวว่า “แบเบาะ” ชอบประดิษฐานคาร์ซีทโดยหันหน้าไปทางด้านหลัง จนกว่าจะคราว 2 ขวบ หรือความสูงและความหนักเบาถึงเกณฑ์ ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าคอของทารกยังไม่ค่อยปึกแผ่น ถ้าต่างว่ารถมีการเบรกอย่างเมามันอาจเป็นปากเหยี่ยวปากกาต่ออคอและตัวเด็กได้ค่ะ แต่แนวนี้คงจะเป็นเหตุให้เจ้าตัวเล็กร้องเอะอะได้ เพราะว่าเขาจะมองไม่เห็นหน้าพ่อแม่ของเขา เช่นนั้น พ่อแม่อย่างเราก็ควรควบคุมใจเย็นๆ ไว้นะคะ หาของเล่นที่มีเสียงกรุ๋งกริ๋งติดรถไว้บ้างคะ

 2. เปล่าถูกต้องจัดตั้งคาร์ซีทไว้ที่เบาะหน้าด้านของรถ เนื่องจากหากผลิตอุบัติเหตุ ถุงลมนิรภัยทำเนียบจะพองออกมาสามารถทำให้ลูกได้รับน่ากลัวได้ค่ะ ดังนั้น ทางที่เสถียรที่สุดจึงชอบเป็นการเข้าประจำที่ที่เบาะตอนท้ายจะดีกว่าจ้ะ

 3. จักสัมผัสรัดเข็มขัดอย่างเป็นธรรม ความหมายอีกอย่างหนึ่งของการมีคาร์ซีทนั้นก็คือ การรัดปั้นเหน่งค่ะ เมื่อจัดให้ลูกนั่งได้เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ควรจะพึงรักษาในการคาดสายรัดเอวอย่างถูกทาง ไม่ควรปลดปล่อยให้สายคาดลุ่ยเกินไป เพราะจะไม่ไหวช่วยปกป้องลูกจากอุบัติเหตุ สายรัดเอวไม่ควรจะหลวมเกินสอดนิ้วได้นิ้วเดียว สายคาดอกควรจะคาดอยู่บนอก ด้วยกันสิ่งของต่างๆ ควรอยู่ในที่ที่ไม่ผิดออกแบบมานะจ๋า
4. ควรอ่านคัมภีร์ก่อนติดตั้งนะคะ เนื่องจากการติดตั้งคาร์ซีท คงจะเป็นถ้อยคำยากซักหน่อย ว่าสายใดต้องอยู่ตรงไหน ดังนั้นแล้วจึงถูกอ่านพร้อมกับปฏิบัติการตามคู่มืออย่างเคร่งครัด เพื่อสวัสดิภาพสูงสุดของเจ้าตัวน้อย พร้อมด้วยลองขยับเบาะหลังการตั้งดูนะคะ ถ้าหากเข้าประจำที่ได้เที่ยงธรรม คาร์ซีทจะมิควรขยับได้เกิน 1 นิ้วในทุกแนวค่ะ
5. ควรเลือกเบาะสรรพสิ่ง Carseat กำนัลเหมาะกับวัย การคัดควักกระเป๋า Carseat ควรจะดึงจากการดีไซน์ว่าถูกกันกับวัย ส่วนสูง ด้วยกันความหนักเบาของลูกน้อยหรือไม่ กับควรดัดแปลงจนกระทั่งลูกโตเกินวัยนั่งเบาะเก่า ด้วยกันเด็กแบเบาะก็ชอบนั่งในที่นั่งด้วยว่าแรกเกิดโดยเฉพาะ
6. สมมติจำเป็นที่จักต้องซื้อคาร์ซีทมือสองควรจงระวังเพราะนะคะ เพราะคาร์ซีทก็มีพระชนมพรรษาใช้กิจธุระดังของซื้อของขายอื่น ๆ จำนวนมากจะมีปูนใช้งานอยู่ที่ 6 พรรษา แต่หลายท่านที่มีงบจำกัดเกี่ยวกับตระกูลอาจมองหาคาร์ซีทมือสอง จะต้องทดสอบของให้ถ้วนถี่นะคะ ว่ามีส่วนใดแตกหัก บุบสลาย บ้างหรือ รวมถึงเครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ที่จะมากับคาร์ซีทว่าอยู่ครบหรือ เพราะว่าอาจเกี่ยวพันกับความสะดวกข้าวของลูกหลานเราได้
 
 และนี่คือแบบการติดตั้งที่ตรงเผง ป๋ามาตุแตะต้องติดตั้งเบาะอย่างถูกวิธีเพื่อลูกน้อย เพราะว่าสวัสดิภาพเหตุด้วยเจ้าลูกเล็กกันนะคะ

ที่มา : http://lamphunclub.com?topic=633833.new#new

Tags : เปลเด็ก